คนเราตายง่ายมาก อย่างที่เห็นกันอยู่ว่ากลไกป้องกันตัวเองของคนเรามีน้อยมาก สิ่งที่ใช้ป้องกันตัวเองของคนที่มีจากตัวเองจริง ๆ ถ้าให้นึก นึกแทบไม่ออก เราไม่มีฟันแหลมคมเอาไว้กัดทึ้ง หรือเล็บยาวแข็งแรงเอาไว้จิกข่วน ถึงจะมีผู้หญิงบางคนใช้ก็เถอะ แต่ถ้าเราถูกโจมตีจากคนอืกคน หรือ กลุ่มคน หรือ สัตว์ทำร้าย แน่ใจได้เลยว่าถ้าโชคดี ก็แค่เจ็บ หนักเลยก็ถึงตาย หากเราป่วย เราใช้เม็ดเลือดขาวเข้าสู้ หากบาดเจ็บเสียเลือดร่างกายเราก็ผลิตเลือดเพิ่ม ถ้าไม่ทันการ ก็จบกันเท่านั้น
ทีนี้ คนเลยคิดค้นวิธีการปกป้องตัวเอง หรือกลุ่มชนของตัวเองด้วยวิธีการต่าง ๆ ยา วิธีการรักษาอาการเจ็บป่วย อาวุธศิลปะการต่อสู้ ป้องกันตัว อาหารสุขภาพ ทักษะการออกกำลังกาย ต่าง ๆ นานา เพื่อรักษาจิตใจและร่างกายให้เป็นปกติสุขแต่ก็ยังมีความไม่ปกติเกิดขึ้นกับคนเสมอ ทั้งที่เกิดตามเหตุและผลของธรรมชาติ และน้ำมือของคน อุบัติเหตุเราทำให้ตัวเองได้รับบาดเจ็บ เจ็บป่วย หรือคนอื่นทำให้เกิดขึ้นทั้งที่ตั้งใจ หรือไม่ตั้งใจ โดยตรง หรือโดยอ้อม
แล้วเราจะทำอย่างไรให้ตัวเองรอดพ้นสิ่งเหล่านี้ ให้ตัวเองดำรงอยู่อย่างไม่ทุกข์ยากลำบากมากนัก เพราะมันก็เห็น ๆ อยู่ว่าในบรรดาความยากในการรักษาชีวิตอยู่ ก็มีคนที่รักษาตัวเองอยู่ได้ เคยคิดกันไหม ว่าทำไมคนที่อยู่ดีในเวลานี้ที่เห็น ๆ กัน ก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นคนดีมาก และคนดีมากมายหลายคนที่เป็นทุกข์จากการประสบเหตุการณ์ต่าง ๆ ดูเหมือนว่าเราไม่สามารถเจาะจงได้เลยว่าทำอย่างไรแล้วจึงจะดีจริง ๆ ทำอย่างไรแล้วจะรอดพ้นและเป็นสุขด้วยความรู้และความเข้าใจในระดับคนธรรมดาพอจะสรุปจากประสบการณ์ได้อย่างสมเหตุสมผลและให้เชื่อถือได้ว่าจริง ๆ แล้วทุกสิ่งที่เกิดขึ้นมันไม่มีเหตุบังเอิญ ไม่มีอุบัติเหตุ ทุกสิ่งอย่างถูกจัดสรรมาแล้วอย่างดี มีเหตุที่มา และมีผล ถ้าให้คิดตามกระบวนการของธรรมชาติ มันก็มีข้อสรุปอยู่ที่ว่าทุกสิ่งเป็นผลมาจากการกระทำ ใครทำอะไรอย่างไรก็ได้ผลไปตามนั้นอย่างนั้น อย่างไม่น่าเชื่อ เราว่าสิ่งนี้ทำให้คนดี หรือคนรอบข้างของคนดี เสียศรัทธา เมื่อเห็นว่า
ทำดีแล้วทำไมยังป่วย เป็นคนดีแล้วทำไมยังประสบอุบัติเหตุ เจ็บ ตาย ได้รับทุกข์ และคนทำชั่ว คนเลว เสพสุขอยู่บนกองเงินกองทอง
แต่ กรรม มีกลไกของมันเป็นธรรมชาติ ถ้าเป็นคนอื่น เราอาจจะถามคำถามได้ว่า ที่ว่าเขาดี คุณรู้จักเขาดีแค่ไหนรู้จักตั้งแต่มื่อไหร่ อยู่กับเขาตลอดเวลาหรือเปล่า บางคนอาจจะบอกว่า โอ้ย รู้จัก เห็นมาตั้งแต่เกิด ไม่เคยเห็นทำชั่วเลย แล้วทำไมเป็นแบบนี้ ... คำถามต่อไปคือ แล้วชาติที่แล้วรู้จักเขา เห็นเขามาตั้งแต่เกิดด้วยหรือเปล่า ? แล้วชาติก่อนหน้านั้นหล่ะ ....? คนที่เราคิดว่าเป็นคนเลวก็เหมือนกัน ถามคำถามเดียวกัน เราได้คำตอบที่เป็นจริงหรือเปล่า ... มันก็ไม่ได้คำตอบ เพราะเราไม่สามารถมองย้อนกลับไปดูให้เห็นได้ ยิ่งในคนที่ไม่เชื่อเรื่องชาติภพยิ่งแล้วใหญ่
แล้วอะไรที่จะรักษาเราให้อยู่รอดปลอดภัยได้ในทุกสถานการณ์ ? คำตอบเป็นข่าวดี คือ เราเองนี่แหละที่จะรักษาตัวเองได้ ถึงแม้ว่าเราไม่อาจจะมองภาพรวมของกลไกของกรรม และธรรมชาติ หรือ ย้อนไปตรวจเปรียบเทียบปริมาณบุญที่เราทำและกรรมที่เราก่อ เพื่อหายอดคงเหลือ ซึ่งอาจจะไม่มีอะไรเหลือแล้ว เพราะเราใช้ชีวิตกันฟุ่มเฟือยเหลือเกิน ตั้งแต่เกิดมาจนป่านนี้ พบเจออะไรมา ที่ดีก็แสดงว่าบุญนำ ที่แย่ก็แสดงว่ากรรมแต่ง เรากำหนดอะไรตายตัวไม่ได้เลย ชีวิตดูเป็นเรื่องยาก และน่าเศร้า ก็ไม่ได้ขนาดนั้น เพราะว่ามันก็เป็นเรื่องง่าย ๆ ที่ว่าง่ายก็คือการทำปัจจุบันให้เป็นบุญ ทำแล้วคุ้มครองทันทีไม่ต้องรอ และคุ้มครองถึงอนาคต คุ้มครองครอบครัว คนรอบข้าง ได้อีกด้วย สำหรับคนที่ไม่ได้มีความเชื่อในเรื่องเหล่านี้ ก็ยังทำได้และสามารถคิดได้ว่าบุญเป็นเครื่องป้องกันความ ซวย เพราะคนเหล่านี้มักจะนิยามเรื่องร้ายที่ตนเองไม่ได้เป็นต้นเหตุว่าความซวย .. คือไม่ได้เกี่ยวอะไรเลย แต่ดันได้รับผลไปด้วยทำให้ลำบาก ทำให้เดือดร้อน
บุญ เป็นเหมือนโล่กำบัง เครื่องราง ป้องกันตัวที่ดีที่สุดในสามโลก เวลาที่คุณได้ยินเรื่องราวของคนที่รอดตายอย่างหวุดหวิดเฉียดตาย แคล้วคลาด ไม่ว่าเขาจะพูดถึงปาติหาริย์ร้อยแปดพันสิ่งอย่าง แต่จริง ๆ แล้วสิ่งเดียวที่ช่วยเขาไว้ คือบุญนั่นเองเงื่อนไขเดียวที่บุญจะเกิดผล หรือไม่เกิดผล ก็คือ มีมากพอหรือไม่ บางเรื่องเล่า คนจะเล่าว่าเขาทำบุญมาทั้งชีวิต มดสักตัวยังไม่เคยบี้ ยุงสักตัวก็ยังไม่เคยตบ ทำไมถึงได้ซวยอย่างนี้ กลับไปถามคำถามเดิม แล้วชาติที่แล้ว หรือชาติก่อนนั้นล่ะทำอะไรไว้บ้าง จำอะไรได้บ้างหรือเปล่าอะไร ๆ คงง่ายขึ้นหากเรามีการ์ดบอกสถานะ และปริมาณบุญสะสมติดตัวเอาไว้ทุกชาติ เหมือนมีสมุดบัญชีธนาคาร และเพราะมันไม่มี มันจึงมีเรื่องตื่นเต้นเกิดขึ้นเสมอ ๆ หากจะมองเป็นเรื่องง่าย ก็คงง่าย ก็ทำบุญเยอะ ๆ เป็นคนดี เท่านี้เอง แต่ถ้าคนจะทำให้มันเป็นเรื่องยาก เป็นคนบอด คนใบ้ ที่ไม่ยอมมองว่าเรื่องนี้เป็นความจริง ยังหลงเพ่งโทษคนอื่น โทษเทวดา ฟ้าดินไม่ยอมมองดูตัวเอง มันก็ยากสุดหิน ที่จะทำให้เขาเข้าใจ
ซึ่งทั้งหมดนี้มันก็เป็นธรรมดา ด้วยเหมือนกัน และ ไม่ว่าจะเป็นคนดื้อดึง เป็นบัวใต้น้ำใต้คอนกรีต อยู่ในหล่มหลุมลึกขนาดไหน หากว่าง ๆ ไม่มีอะไรทำ ก็ลองทำดี ทำบุญดู ก็ไม่น่าจะเสียหายอะไร ลองดูสิ
No comments:
Post a Comment